Jump to content

health108

CCTH Member
  • Posts

    1
  • Joined

  • Last visited

About health108

health108's Achievements

Newbie

Newbie (1/14)

0

Reputation

  1. หมอผ่าตัดกระดูกสันหลัง ระบุว่า หากถบว่าตนเองมีไข้หนาวสั่น ปวดบวมตามกระดูก เคลื่อนไหวได้น้อย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะอาจเป็นโรคกระดูกอักเสบได้ โดยโรคนี้มักจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แต่ก็อาจพบจากการติดเชื้อราได้เช่นกัน นอกจากนี้ มันยังเกิดได้กับกระดูกทุกชิ้นส่วนในร่างกาย แต่ส่วนที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือ กระดูกขา เท้า และกระดูกสันหลัง หมอผ่าตัดกระดูกสันหลัง เผยเหตุผลที่เป็นต้นตอของโรคกระดูกอักเสบ หมอผ่าตัดกระดูกสันหลัง ได้เผยว่าโรคกระดูกอักเสบ สามารถเกิดได้ 3 ทางด้วยกัน คือติดเชื้อในกระแสเลือด เนื้อเยื่อ หรืออวัยวะใกล้เคียงกระดูกที่อักเสบติดเชื้อ และการติดเชื้อจากเนื้อเยื่อกระดูกขาดเลือดจากการไหลเวียนเลือดไม่ดี เมื่อเป็นกระดูกอักเสบแล้วจะเริ่มมีไข้หนาวสั่น ปวดบวมตามกระดูก เคลื่อนไหวกระดูกส่วนที่อักเสบได้น้อย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ส่วนผู้ที่กระดูกอักเสบเรื้อรังมักมีแผลและหนองไหล ต่อมน้ำเหลืองที่ใกล้เคียงกับกระดูกอักเสบเจ็บและโต เวลาคลำพบก้อนเนื้อ หมอผ่าตัดจากเว็บ https://www.s-spinehospital.com/main/ผ่าตัดกระดูกสันหลัง-เลเซอร์รักษาปวดหลัง/ ยังเผยอีกว่าผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคกระดูกอักเสบ ยังแบ่งออกได้หลายสาเหตุ เช่น เกิดอุบัติเหตุ หรือผ่าตัดกระดูกและข้อในช่วง 1-3 เดือนก่อนเกิดกระดูกอักเสบ เป็นโรคที่ทำให้ไหลเวียนเลือดไม่ดี เช่น เบาหวาน หลอดเลือดแดงแข็ง ผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีดยา เป็นต้น หมอผ่าตัดกระดูกสันหลังแนะนำให้รักษากระดูกอักเสบด้วย 2 วิธีหลัก 1.ใช้ยาฆ่าเชื้อที่มีคุณสมบัติตรงกับเชื้อที่ตรวจพบในผู้ป่วย หมอผ่าตัดกระดูกสันหลังจะให้ยาทางหลอดเลือดดำ ร่วมกับการทานยาฆ่าเชื้อ แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ที่จะทำการประเมินจากชนิดของเชื้อ ความรุนแรงของอาการอักเสบ และสุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย เป็นหลัก 2.รักษาด้วยการผ่าตัดกระดูกสันหลัง เช่น การผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายกระดูกใหม่ หรือการตัดขาออก หากเกิดกระดูกขาอักเสบรุนแรงมากและเรื้อรัง ผู้ที่มีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้นหรือยังไม่แน่ใจในอาการ ก็ควรไปพบหมอผ่าตัดกระดูกสันหลัง หรือผู้เชี่ยวชาญอย่างเร่งด่วน เพื่อหาสาเหตุและเข้ารับการรักษาต่อไป เพราะถ้าฝืนปล่อยไว้มันจะไม่หายเองแน่นอน หนำซ้ำอาการยังรุนแรงขึ้นด้วย.
  2. การขับถ่ายมักจะเป็นเรื่องใกลตัวเสมอของผู้คนเสมอ ดูแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรักษาปวดหลัง และไม่น่าจะสร้างอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต ซึ่งความจริงการขับถ่ายกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพ หรือาการที่เกิดจากโรคจากภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้ และทั้งหมดนี้ สามารถสังเกตได้จากการขับถ่าย ซึ่งอุจาระตกค้าง หรือของเหลือจากการขับถ่าย เมื่อมันตกค้างอยู่ในผสังลำไส้นาน ๆ ก็มักจะไม่หลุดออกได้โดยง่าย และถ้ากำจัดมันออกไปได้อาการสุขภาพแทรกซ้อนที่เกิดจากสาเหตุนี้ ก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง โดยเฉพาะอากาปวดหลัง ใครที่มีเสี่ยงต้องรักษาปวดหลัง อันเนื่องมาจากอุจจาระตกค้าง 1.เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องรักษาอาการปวดหลัง https://www.s-spinehospital.com/main/แก้ปวดหลังด้วยตัวเอง/ และหลายคนชอบละเลย นั่นคือเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด 2.ไม่ชอบทานผัก ผลไม้ ทานแต่อาหารที่มีกากใยน้อย จะเสี่ยงต่อการรักษาปวดหลัง 3.ติดเชื้อพยาธิ หรือเชื้อรา 4.ไม่ค่อยถ่ายอุจจาระตอนเวลา 5.00-7.00 น. 5.เด็กทารกที่ดื่มนมเสร็จแล้วไม่ได้อุ้มพาดบ่า ก็เสี่ยงต่อการรักษาปวดหลังได้ ดังนั้น ต้องอุ้มพาดบ่า หรือกลิ้งตัวไปมาทุกครั้งหลังดื่มนมเสร็จ 6.คนที่เข้ารับการผ่าตัดบ่อย จนเกิดพังผืดขึ้นในลำไส้ ทำให้อุจจาระไปตกค้างอยู่ในนั้นได้ 7.คนที่ไม่ยอมออกกำลังกาย ทานอาหารแล้วไม่ลุกไปไหน นั่งนิ่ง ๆ หรือนอนเลย 8.กลั้นอุจจาระบ่อยติดต่อกันนาน ๆ ย่อมเสี่ยงต่อการรักษาปวดหลังเป็นธรรมดา 9.คนที่ลำไส้ยาวกว่าปกติไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะจะเสี่ยงต่อการรักษาปวดหลังกว่าปกติ ยิ่งลำไส้ยาวเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มเวลาลำเลียงอุจจาระนานกว่าเดิม และเสี่ยงต่อการตกค้างกลางทางได้ นอกจากเสี่ยงต่อการรักษาปวดหลังแล้ว อุจจาระตกค้างยังเสี่ยงต่ออันตรายต่าง ๆ อีก 1.มีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ รวมถึงอาการท้องผูกเรื้อรัง 2.มีอาการปวดเมื่อยเกิดขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ปวดหลัง ปวดขา ปวดกล้ามเนื้อไหล่ และสะบัก 3.มีอาการวิงเวียนศีรษะ มีอาการอ่อนเพลีย หรือเกิดพร้อมกันทั้ง 2 อย่าง 4.นอนไม่ค่อยหลับ หรือหลับไม่สนิทซึ่งเป็นสาเหตุของอาการอ่อนเพลีย 5.ผิวเริ่มมีฝ้าเกิดขึ้น เช่น ตามใบหน้า
×
×
  • Create New...